เข้ามาดูไดของตัวเองหน่อย หลังจากหายไปนานมาก เกือบปีแหน่ะ ความเจ็บในวันนั้น จางลงไป แต่ก็ยังมีความเจ็บใหม่ๆ เข้ามาแทนที่เสมอ...แล้วเด๋วจะมาเล่าต่อละกัน ตอนนี้ดึกแระ ขอนอนก่อนนะคับ
2008/Jan/29
2007/Feb/27
22 ก.พ.50
วันนี้ก็ยังคงคุยกับน้องเจ๋งตามปกติ ทั้งในช่วงที่ว่าง และช่วงกลางคืน ก่อนนอน น้องเจ๋งดูจะกังวลๆ ว่า ถ้าเราได้เจอหน้ากันแล้ว ผมจะเปลี่ยนใจรึป่าว แต่ผมกลับไม่คิดแบบนั้น ผมกลับถามน้องเค้ากลับไปด้วยคำถามเดียวกัน แต่เจ๋งก็บอกว่าเค้าไม่เปลี่ยนใจหรอก เค้าไม่ได้เลือกที่หน้าตา เค้าพอใจกับตัวผม เมื่อได้พูดคุยกัน น้องเจ๋งรู้สึกดีมาก และชอบในความคิดความอ่าน ในหลายๆ คำพูดจากผม น้องเจ๋งพยายามบอกผมอยู่บ่อยๆ ด้วยความกังวลว่าผมจะไม่ชอบเค้า ช่วงเวลานี้ผมพอจะลืมอดีตได้บ้างคับ และแอบดีใจนิดๆ ที่มีคนคนนี้เข้ามาในยามทุกข์ใจ
ก่อนนอน ผมได้นัดกับน้องเจ๋งไว้ว่าพรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวกันตอนกลางคืน ในร้านที่ผมไปเป็นประจำ...
23 ก.พ.50
วันนี้ผมโทรคุยกับน้องเจ๋งอยู่เรื่อยๆ จนช่วงบ่ายๆ เจ๋งปิดโทรศัพท์ เพราะต้องสอบอยู่ หลังจากเจ๋งเปิดเครื่อง เค้าก็โทรมาหาผม เค้าดูกังวลมากกับการสอบในวิชาภาษาไทย เจ๋งบอกว่าคงทำคะแนนได้ไม่ดีตามที่หวังไว้ ผมก็ได้แต่ปลอบใจนิดหน่อย
ผมนัดแนะกับเจ๋งอีกครั้งว่าเราจะไปเที่ยวกันคืนนี้ และจะได้เจอกันเป็นครั้งแรกด้วย ผมบอกไปว่าถ้าผมเดินทางถึงกรุงเทพฯเมื่อไหร่จะโทรบอกเค้าอีกทีหนึ่ง เพราะตอนนี้ผมกำลังเดินทางกลับจากต่างจังหวัด
วันนี้สำหรับผมออกจะดูวุ่นวายพอสมควร เดินทางกลับมาถึงกรุงเทพฯ ในสภาพเย็นวันศุกร์ที่คนกรุงรู้ดีว่ารถติดมากกว่าปกติ มาถึงที่หมายจริงๆ ก็เกือบหนึ่งทุ่ม ผมต้องไปทำธุระต่างๆ กว่าจะเสร็จธุระ ผมก็แวะเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และออกจากห้องผมเองประมาณสี่ทุ่ม
ตอนแรกผมนัดกับเจ๋งว่าผมจะไปรับที่เซ็นทรัล พระราม3 เจ๋งโทรมาอีกครั้งขณะที่ผมเพิ่งจะออกจากห้อง ด้วยความที่ดึกมากแล้ว เจ๋งกังวลว่ากลัวจะออกจากบ้านไม่ได้ เจ๋งเลยนัดมาเจอกับผมคนละครึ่งทาง โดยนัดเจอกันที่สถานีรถไฟใต้ดินศูนย์สิริกิต
พอถึงสถานี ผมก็โทรฯหาเจ๋งอีกครั้ง เพื่อนัดว่าเจอกันที่ประตูไหน เรานัดเจอกันที่ประตู 4 ฝั่งตรงข้ามกับศูนย์สิริกิต
ภาพแรกที่ได้เห็นคือ เด็กน้อยตัวเล็ก ผิวคล้ำ ขนตายาวๆ งอน หน้าตาหวานๆ สรุปแล้วหน้าตาดีครับ น่ารักด้วย มาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็ก 1 ใบ ใส่นาฬิกา D&G น่ารักมากคับ เรานั่งแท็กซี่ต่อไปยังร้านในทันที
ขณะอยู่บนรถ ผมบอกน้องเค้าว่าคืนนี้ให้ไปนอนค้างที่ห้องผม ผมขอให้เค้าไว้ใจ และผมจะไม่ทำอะไรเค้า ที่ต้องให้ไปนอนด้วยที่ห้อง ก็เพราะไม่อยากให้เค้าต้องกลับบ้านเองดึกๆ และผมนัดว่าวันเสาร์เราจะไปดูหนังกันช่วงกลางวัน น้องเจ๋งตอบตกลงครับ
เข้ามาถึงในร้านเดิมที่ผมมาเป็นประจำในยามค่ำคืน วันนี้เราได้ที่นั่งแบบโซฟาอย่างดี แต่เป็นมุมที่มองไม่ค่อยเห็นคนซักเท่าไหร่นัก สมาชิกในกลุ่มก็มีไม่มากนัก มีเพียงผม น้องเจ๋ง น้องป่าน น้องก้อง และน้องจิมเท่านั้น แต่น้องก้องจะมาถึงก่อน เพื่อมาเอาโต๊ะที่จองไว้ ส่วนผมกับเจ๋งตามมาเป็นคนที่สอง และตามมาด้วยป่าน กับจิม
เราแนะนำให้เจ๋งได้รู้จักกับทุกๆ คน และทุกคนในกลุ่มก็ชื่นชมในความน่ารักของน้องเจ๋งเป็นอย่างดี น้องเจ๋งวันนี้ไม่ยอมดื่มเหล้า ไม่ยอมลุกขึ้นมาเต้นคับ ได้แต่นั่งอยู่ที่โซฟา ผมพยายามถามน้องเจ๋งด้วยความเป็นห่วงหลายครั้งแล้วว่าเบื่อมั้ย เจ๋งตอบว่าไม่เบื่อเลย สนุกดี แต่ก็ปฏิเสธที่จะลุกขึ้นเต้นด้วย

ผมแอบขอตัวเดินไปหาโป้งที่โต๊ะเดิม แต่ไม่เจอโป้ง เจอเพียงน้องเคน น้องเบิร์ดเท่านั้น น้องๆ บอกว่าโป้งเดินไปเข้าห้องน้ำ ผมเลยขอตัวเดินกลับมาก่อน
พอป่านมาถึงได้สักพัก ผมก็ชวนป่านไปหาโป้ง เราสามคน(ผม ก้อง ป่าน) เดินถือแก้วออกไปหาโป้งซึ่งอยู่ที่โต๊ะเดิม ขณะกำลังเดินเข้าไปหาโป้ง ผมกลับต้องสะดุ้งด้วยความตกใจ เพราะมิกซ์ยืนอยู่ข้างหน้า มิกซ์รีบถามขึ้นมาว่า เด๋วนี้ไม่คุยกันแล้วเหรอ ทำไมไม่รับสายโทรศัพท์ ในสภาพที่ผมกำลังยืนเบียดกันอยู่กับคนอื่นๆ ผมพยายามเมินหน้าหนี ก็ได้แต่ตอบไปนิดเดียวว่า "ไม่ว่างคับ" แล้วผมก็ไม่ได้มองหน้าและไม่ได้คุยด้วยอีกเลย ผมรีบเข้าไปหาโป้งในทันที และก็บังเอิญสายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนยืนเต้นอยู่ที่โต๊ะข้างๆ โป้ง ผมทำอะไรแทบไม่ถูกเลยครับ เค้าคนนั้นเป็นแฟนเก่าผมเอง แฟนคนแรกที่ทำให้ผมเจ็บปวดมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นคนที่เราจากกันแบบไม่แฮปปี้เท่าไหร่ ผมไม่กล้ามองหน้าเค้า และผมก็คิดว่าเค้าคงเห็นผมแน่นอน เพราะผมยืนคุยกับโป้งอยู่นาน และเค้าก็ยืนอยู่ในจุดที่เห็นผมแบบเต็มตัว แต่เค้าก็คงไม่รู้หรอกคับว่าผมเห็นเค้าแล้ว และเค้าอาจจะแปลกใจกับภาพลักษณ์ของผมที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากสมัยที่คบกับเค้า

คุยกับโป้งได้สักพัก ผมกับน้องๆ ก็กลับไปที่โต๊ะตัวเอง น้องเจ๋งยังคงนั่งอยู่ที่โซฟา แทบจะไม่ยอมขยับตัวไปไหนเลย
ผมยืนเล่นได้สักพักก็เกิดปวดท้องขึ้นมาอีกครั้ง อาการเหมือนเมื่อครั้งก่อนที่ผมเคยเป็น ผมเลยต้องสั่งน้ำ 7Up มาผสมเกลือและมะนาวตามสูตรของน้องป่าน กินไปหลายแก้ว จนหายเป็นปกติ
เริ่มดึกขึ้นเรื่อยๆ น้องโป้งมาหาผมที่โต๊ะด้วยอาการเมา และพยายามชวนผมดื่มเหล้าด้วย แต่ผมก็ไม่ดื่มครับ ผมกับโป้งนั่งคุยกันอยู่สักพัก และผมก็เห็นน้องมิกซ์มาคุยอะไรบางอย่างอยู่กับป่าน
เวลานี้ผมยังไม่พร้อมจะคุยกับมิกซ์เลย ยอมรับว่ายังโกรธเค้ามาก ทั้งที่เค้าก็ขอโทษแล้ว ไม่รู้ว่าผมต้องการอะไรจากเค้าอีก ผมถึงจะหายโกรธ ใจจริงผมก็อยากคุยกับเค้านะคับ แต่ผมก็ยังทำใจไม่ได้เลย ทุกวันนี้ก็ยังคงมีน้ำตาอยู่เรื่อยๆ ผมเฝ้ารอวันเวลาที่ผมจะหายดี และผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้เร็วๆ และวันหนึ่งผมก็คงกลับมาคุยกับเค้าได้เช่นเดิม
ผมอยากให้เค้ารู้เหลือเกินว่าผมทรมานมากแค่ไหนกับสิ่งที่เค้าทำกับผม ผมอยากให้เค้ารู้ว่าผมเสียใจมาก เสียน้ำตามาก รักเค้ามาก ห่วงเค้ามาก ผมเลยต้องเจ็บมาก
เมื่อ2-3 วันก่อน ป่านโทรศัพท์คุยกับผม ป่านบอกว่า ป่านอยู่ที่มหา'ลัย และเจอกับมิกซ์ มิกซ์พยายามอธิบายให้ป่านฟังว่าผมเข้าใจในตัวเค้าผิด เรื่องทั้งหมดไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิด ผมเข้าใจเค้าผิดเอง ผมฟังป่านเสร็จก็อึ้งไปบ้าง แต่ก็บอกป่านกลับไปว่า ถ้ามีเรื่องจากเค้าอีกก็ไม่ต้องเล่าให้ผมฟังแล้ว ผมไม่พร้อมจะฟังเรื่องราวทั้งหมดอีก ผมคิดว่าผมได้คุยกับเค้ารู้เรื่องทางโทรศัพท์แล้ว ผมเข้าใจเรื่องทั้งหมดตามที่เค้าได้เล่าให้ฟังจากปากของเค้าเอง ถ้าผมจะเข้าใจผิด ก็คงเกิดจากตัวเค้าเองนั่นแหล่ะ
ผมยังไม่เข้าใจว่าเค้าต้องการจะโยนความผิด หรือความไม่ดีให้พ้นตัวรึป่าว มันยิ่งจะทำให้ผมรู้สึกว่า นอกจากเค้าจะไม่ใยดีผมแล้ว เค้ายังคิดว่าเค้าเองไม่ได้เป็นคนผิด แต่ผมกลับเป็นคนผิดเอง และนี่ก็ยิ่งจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมยังไม่อยากจะคุยกับเค้า
ผมคิดว่าถ้าเค้ามีเรื่องคาใจ หรืออยากจะอธิบายผมจริงๆ เค้าก็ควรจะโทรมาบอกผมเอง ไม่ใช่ไปนั่งเล่าให้น้องคนอื่นฟัง หรือให้คนอื่นมาบอกแทน ความจริงก็คือความจริง คนสองคนเท่านั้นที่จะรู้ดี ถ้าบริสุทธิ์ใจและเป็นห่วงกันจริงก็ควรจะโทรมาคุยกันให้รู้เรื่อง โทรศัพท์ผมก็เปิดตลอด ไม่เคยปิด...

จนร้านเลิกแล้ว น้องเจ๋งขอตัวกลับไปนอนบ้าน แต่ผมก็ยังเป็นห่วงน้องเค้า ไม่อยากให้กลับไปคนเดียว สุดท้ายน้องเค้าก็ขอกลับไปนอนที่บ้าน แต่ก่อนกลับ น้องๆ ในกลุ่มผมก็ชวนน้องเจ๋งไปทานโจ้กร้านเดิมในซอยบ้านน้องเค้กตามเคย พวกเรานั่งแท็กซี่มาพร้อมกัน ก่อนขึ้นรถผมซื้อดอกกุหลาบให้น้องเจ๋ง 1 ดอก ส่วนน้องป่านซื้ออีก 2 ดอกสำหรับให้ตัวเอง และให้น้องก้อง
มาถึงร้านโจ้กเจ้าเดิม ป่านโทรหาเค้กให้ออกมาทานด้วยกัน เรานั่งคุยอย่างสนุกสนานเช่นเคย จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้านไป แต่ผมก็ยังไม่ลืมที่จะโทรถามน้องเจ๋งเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง
หมดไปอีกหนึ่งวันที่มีทั้งทุกข์ และสุข แต่ยังงัยดวงตาของผมก็ยังคงมีน้ำใสๆ ไหลรินออกมาด้วยความเจ็บปวดเช่นเคย
ปล. เรื่องราวของผม ยังคงดำเนินต่อไปตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ แต่หากไม่มีเรื่องราว update ในนี้ สามารถติดตามเรื่องราวความรักของผมได้ใน category 'LoveStory2'
2007/Feb/20
19 ก.พ.50
วันนี้ตื่นเช้าตามปกติ ทั้งที่เมื่อคืนคุยกับน้องเจ๋งจนถึงตีสอง ไปทำงานตามปกติ
ผมต้องเช็คเมลล์ อ่านข่าว อ่านบทความต่างๆ และไม่ลืมที่จะมาเขียนบล็อก เพื่อเล่าเรื่องราวต่างๆ กับความทรงจำอันโหดร้าย ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะลืมได้ซะที ภาพเก่าๆ ความทรงจำเก่า ยังคงไม่ไปไหนไกล
ทำตัวตามปกติ ทำใจให้อยู่คนเดียวกับหัวใจดวงเดิมๆ ให้ได้
ทุกครั้งที่คิดถึงเธอ ก็มักจะฉุกคิดไปถึงภาพที่เธอคงกำลังอยู่กับเค้าคนนั้นทุกที คิดๆ แล้วก็รู้สึกเจ็บปวดทุกทีอ่ะ (แล้วจะไปคิดทำไมเนี่ย???) แต่ก็อยากอวยพรให้เธอสมหวังกับคนนั้นของเธอ
อยากให้เธอรักกันด้วยดี อย่าต้องพบกับอุปสรรค อยากเห็นเธอมีความสุข ไม่อยากให้เธอต้องมาพบกับความเจ็บปวดคล้ายๆ เราเลย
เวรกรรมมันก็มีจริงๆ อยู่นะ ยิ่งเด๋วนี้ เวรกรรมมันติดจรวดแล้วด้วยสิ ทำอะไรไม่ดีไว้ กรรมก็จะตามมาในไม่ช้า
เธอทำให้คนคนนึงต้องทุกข์ตรม ต้องเจ็บปวด ต้องทรมาน เธอสร้างบาปไว้กับคนคนนึง แต่ขอภาวนาอย่าให้เวรกรรมกลับไปตกที่เธอเลยครับ
ถึงเธอจะทำให้คนคนนึงผิดหวัง แต่ผมก็จะขอให้เธอได้สมหวัง
เธอบอกให้เรากลับมาเป็นพี่น้องกัน ให้คุยกันเหมือนเดิม จนถึงวันนี้ผมยังคงทำใจไม่ได้ ยังไม่อยากคุยกับเธอ ไม่อยากเจอเธอ และความจริงลึกๆ ผมไม่อยากโกรธเธอเลย อยากให้อภัยในสิ่งที่เธอทำ แต่คงไม่ใช่ในตอนนี้
ถึงแม้ว่าผมจะอยากบอกเธอว่าผมไม่โกรธ แต่ผมรู้ดีว่าภายในใจผมมันเป็นยังงัย ก็ได้แต่ภาวนาเช่นเดิม ขอให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน
วันนี้ตอนเกือบบ่ายสามโมงกว่าๆ น้องเจ๋งออนไลน์ MSN คุยกับผม เราคุยกันอยู่นาน พร้อมกับแลกรูปกัน และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นหน้ากัน ถึงแม้จะเป็นแค่ภาพนิ่ง เห็นภาพของน้องแล้ว รู้สึกว่าน่ารักจัง ดูน่าทะนุถนอมดี คุยกันซักพักจนน้องเค้าออฟไลน์ไป แล้วเค้าก็โทรมาหาผม เราก็คุยกันอยู่นาน นานจนผมเลิกงานและเดินทางจะกลับบ้านไปนอน เพราะวันนี้ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ๆ ก็ปวดหัว (ผมเครียดเกินไปรึป่าวเนี่ย)
ขณะอยู่ในรถไฟฟ้า ก็เหลือบไปเห็นน้องเค้กพอดี ก็เลยเปลี่ยนใจไปกับน้องเค้ก เราไปทานข้าวกันก่อน และก็ไปที่ห้องเค้ก เพื่อไปเก็บเสื้อผ้าที่ทิ้งไว้เมื่อวันเสาร์ และก็ไม่ลืมที่จะเล่าเรื่องราวการเริ่มต้นกับมิตรภาพ ระหว่างผมกับน้องเจ๋ง
ผมยังไม่ได้คิดอะไรกับน้องเจ๋งมากนัก และไม่อยากให้น้องเค้าต้องคิดไปไกลกว่านี้ ผมอยากใช้เวลาซักระยะ หากต้องการจะคบกันแบบแฟน เพราะมันคงไม่ง่ายนักสำหรับคนที่เพิ่งอกหักอย่างผม แต่ถึงยังงัยผมก็รู้สึกดีมากๆ กับน้องเจ๋ง ผมไม่อยาก และคิดที่จะทำร้ายความรู้สึกของใคร หลังจากที่โดนกับตัวเอง
ผมเอารูปที่น้องเจ๋งให้มา มาเปิดดูในเครื่องคอมพ์กับน้องเค้ก แล้วก็นั่งคุยกันซักพักก็กลับห้องเกือบสามทุ่ม
จนสี่ทุ่มครึ่งน้องเจ๋งโทรมาคุยกับผมอีกจนถึงเที่ยงคืน และแล้ววันนี้ผมก็หลับสบายอีกวันนึงครับ